SEO | โปรโมทเว็บไซต์ | รับทําเว็บไซต์ | ออกแบบเว็บไซต์ | web design | Hosting | Web Hosting | จดโดเมน | Domain Name | เว็บไซต์สำเร็จรูป | เว็บสำเร็จรูป | ร้านค้าออนไลน์ | เว็บไซต์ฟรี | เว็บไซต์สำเร็จรูป | Email Marketing



Archive for สิงหาคม 9th, 2010

เทศกาลประเพณีและวัฒนธรรม
สิงหาคม 9th, 2010  Posted at   แฟชั่น

หากท่านเป็นอีกคนนึงที่คิดจะไปเที่ยวเกาหลีท่าทราบหรือไม่ว่าแต่ละฤดูกาล ของประเทศเกาหลีเค้ามีเทศกาลอะไรบ้าง มาดูกันครับ

ฤดูใบไม้ผลิ

เทศกาลดอกไม้บาน
เกาหลีเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิตั้งแต่เดือนมีนาคม ดอกไม้หลากชนิดจะออกดอกกันในตอนนี้ ดอกเรปซีดจะออกดอกไปทั่ว บริเวณ นอกจากนั้นยังมีดอกซากุระ ดอกอาเซลเลีย ดอกฟอร์ซีเทีย และดอกแมคโนเลียที่กลิ่นหอม ภูเขาและสวนของเกาหลีจะเต็มไปด้วยสีสันต่างๆ น่าดู

เทศกาล ประเพณีและวัฒนธรรม

ฤดูใบไม้ผลิ
เทศกาลดอกไม้บาน
เกาหลีเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิตั้งแต่เดือนมีนาคม ดอกไม้หลากชนิดจะออกดอกกันในตอนนี้ ดอกเรปซีดจะออกดอกไปทั่ว บริเวณ นอกจากนั้นยังมีดอกซากุระ ดอกอาเซลเลีย ดอกฟอร์ซีเทีย และดอกแมคโนเลียที่กลิ่นหอม ภูเขาและสวนของเกาหลีจะเต็มไปด้วยสีสันต่างๆ น่าดู

ฤดูร้อน
เทศกาลโคลนโพเรียง (Boryong Mud festival)
เทศกาลโคลนโพเรียงเผยแพร่งานแสดงบนหาดแทจอนอันอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่โพเรียง, จังหวัดชุงชองนัม-โด ภูมิภาคที่เต็มไปด้วยความแปลกตาของชายฝั่ง สิ่งที่ดึงดูดให้มีผู้มาเยือนตลอดปีที่นี่คือหาดแทชอนซึ่งประกาศความเป็นหาด รูปจันทร์เสี้ยวที่ยาวที่สุดในฝั่งทะเลตะวันตก หาดมูจางโป ที่มีชื่อเสียงว่าเป็น “ปาฏิหารย์แห่งโมเสส” อีกแห่งนอกจากที่เกาะชินโด และหมู่เกาะ 78 เกาะ โคลนแห่งนี้อุดมด้วยธาตุเจอร์มาเนียมและองค์ประกอบอื่นๆซึ่งมีประสิทธิภาพ ในการบำบัดผิวให้กระชับสดใสขึ้นและกำจัดสิ่งอุดตันตามรูขุมขน โคลนซึ่งเป็นชื่อของเทศกาลนี้มีอยู่เต็มบริเวณชายหาดต่างๆที่สะอาดตามชาย ฝั่งโพเรียง แป้งโคลนที่สะกัดได้นั้นผ่านขั้นตอนอันพิถีพิถันจนมีประสิทธิผลในการรักษา ผิวพรรณ

เทศกาลโคลนโพเรียง นี้นักท่องเที่ยวจะได้รับความสนุกสนานจากการนวดโคลน การเพ้นท์ร่างกายด้วยโคลนและอื่นๆอีก การเล่นสไลเดอร์บนโคลน การเล่นถังโคลนยักษ์ และโปรแกรมที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและการแข่งขันต่างๆ รวมทั้งของรางวัลต่างๆมากมาย

ฤดูใบไม้ร่วง (เพิ่มเติม…)

ห้องนอน
สิงหาคม 9th, 2010  Posted at   ไม่มีหมวดหมู่
, ,    |   ไม่ให้ใส่ความเห็น


การนอนหลับคือ การพักผ่อนที่ดีที่สุด การนอนหลับเพียง 5-6 ชั่วโมง ในห้องที่เงียบสงบ มืดสนิท อุณหภูมิพอเหมาะ และอากาศ ถ่ายเทดี ก็นับว่า เพียงพอแล้ว สำหรับคนเราในวันหนึ่ง ๆ ห้องนอน จึงเป็นห้อง ที่ต้องการ ความสงบมากกว่าส่วนใด ในบ้าน ให้ความเป็นส่วนตัว ความสะดวกสบาย แก่เจ้าของ อีกทั้งแสดง รสนิยม และ บุคลิก ของเจ้าของห้อง ได้มากกว่า ห้องอื่น นอกจากจะใช้เป็น ห้องพักผ่อนนอนหลับแล้ว ยังอาจใช้เป็น ห้องแต่งตัว และ ห้องทำงานส่วนตัว ได้อีกด้วย การนอน ถือเป็น กิจกรรม หรือ กิจวัตรประจำวัน ที่จำเป็น ต้องมีต้องปฏิบัติ เพื่อการเริ่มต้นชีวิต ในวันใหม่ ที่สดชื่น สุดๆ พร้อมกับ ภารกิจ การทำงาน ทุกสภาวะ และโอกาสใน การทำงาน แต่ที่สำคัญอย่างยิ่งของการ “นอน” ก็คือ “สุขภาพ”ที่ดีของ ร่างกาย เมื่อมี การทำงานไม่ว่า จะด้วย การใช้แรงกาย หรือแรงสมอง สติปัญญา และหรือ แม้แรงใจ แรงกระตุ้น จาก พลังจิต ภายใน ที่ทำให้คนเรา มีความสุขใน การทำงาน ปฏิบัติงาน ในหน้าที่ของ แต่ละท่าน ให้ได้ผลสมบูรณ์เต็มร้อย ควรอย่างยิ่งต้องมีการ “นอน” เป็นกิจกรรมที่สำคัญของวัน ที่เราๆ ทุกท่านต้อง พักผ่อนด้วย การ”นอน”

ห้องนอน

ห้องนอน ถือว่าเป็น สถานที่ส่วนตัว การออกแบบตกแต่ง จึงสามารถ ทำให้มีลักษณะ เฉพาะตัว ที่เด่นชัดออก มาได้เต็มที่ และตามสไตล์ ที่ผู้อยู่ต้องการ ได้ด้วย เนื่องจากพื้นที่ใน ห้องนอน นั้น เป็นพื้นที่ส่วนตัว ที่พ้นจากสายตาคนอื่นๆ และยังเป็น ห้องที่เหมาะที่สุด ในการ สร้างสรรค์ ตามความประสงค์ ของผู้อยู่อย่างมาก บางคนอาจจะชอบ ห้องนอน ที่เต็มไปด้วย บรรยากาศ แบบไทยๆ ที่สามารถจะใช้โต๊ะ ตั่ง คันฉ่องหรือ กระจก มาตกแต่ง การวางที่นอน บนพื้นก็เป็น การเพิ่มบรรยากาศ ให้ห้องน่าอยู่มิใช่น้อย หรือบางคนอยากจะแต่ง ให้โมเดิร์นสุดๆ ก็ย่อมที่จะทำได้ เพราะห้องนอนเปรียบเสมือนโลกส่วนตัว ของแต่ละบุคคลที่สามารถ จะสร้างสรรค์ สิ่งที่ต้องการ ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องคำนึงถึง รสนิยมและประโยชน์การใช้สอยร่วมกับผู้อื่น เหมือนกับการตกแต่งในห้องอื่นๆ

Read more content at ฮวงจุ้ยห้องนอน Fengshui Bedroom 3.

ตำแหน่งการวางบันไดบ้านตามหลักฮวงจุ้ย
สิงหาคม 9th, 2010  Posted at   ไม่มีหมวดหมู่
   |   ไม่ให้ใส่ความเห็น

บันไดบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วนั้นถือว่าเป็นจุดที่สำคัญมาก เพราะเป็นจุดที่เชื่อมต่อระหว่างชั้น เป็นการถ่ายเทพลังจากชั้นล่างสู่ชั้นบน ถ้าว่างตำแหน่งบันไดผิด ย่อมส่งผลเสียให้กับบ้านรวมทั้งผู้ที่อยู่อาศัยแน่นอน
ตามหลักของฮวงจุ้ยแล้วการวางบันไดให้ตรงกับประตูบ้านนั้นถือว่าเป็น สิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง โดยเฉพาะลักษณะของบันไดที่มีทางขึ้นลง อยู่ในแนวเดียวกับประตูบ้านโดยตรง ทั้งนี้ก็เพราะกระแสที่ไหลลงตามบันไดมาจากชั้นบน จะไหลออกไปสู่นอนบ้านทันที ยิ่งบันไดใกล้ประตูมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลกระทบมากขึ้นเท่านั้น ทางที่ดีควรจะหาฉากมากันกระแส ระหว่างบันไดกับประตูบ้านก็จะส่งผลดีให้กับผู้อยู่อาศัย

ในกรณีที่จำเป็นจะต้องทำบันได้บ้านในบริเวณประตูทางเข้าบ้าน ก็ขอให้เลี่ยงมาทำบันไดด้านข้างแทน เพื่อให้บริเวณหน้าประตูเป็นชานพัก แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดคือ ระวังอย่าทำให้บันไดทั้ง 2 ข้าง อยู่ในลักษณะที่เดินขึ้นข้างหนึ่ง แล้วไปเดินลงอีกข้างหนึ่ง ซึ่งจะเข้าข่ายเป็นบันไดแบบเดียวกับเมรุเผาศพ คนโบร่ำโบราณเขาถือว่าเป็นอัปมงคลอย่างยิ่ง
ตำแหน่งใจกลางของบ้านตามหลักของฮวงจุ้ยแล้ว ถือว่าเป็นตำแหน่งที่สำคัญที่สุดของบ้าน เรียกว่าเป็นหัวใจของบ้านเลยดีเดียว เพราะฉะนั้นการที่จำนำอะไรวางในจุดนี้จะต้องพิจารณาให้ดี การนำบันไดไปวางเอาไว้บริเวณนี้ตามหลักของฮวงจุ้ยถือว่าเป็นสิ่งต้องห้าม ทั้งนี้ก็เพราะจะส่งผลให้ผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านหลังนี้ไม่อยู่ติดบ้าน เป็นประเภทชีพจรลงเท้า และยังส่งผลให้เป็นโรคหัวใจได้ง่ายอีกด้วย เพราะตำแหน่งของหัวใจบ้านจะมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

Tag : บ้านและสวน

Please visit วิธีจัดการ เจ้าปลวกวายร้าย กัดกินบ้าน….. for more article.

เรื่องของประตูในบ้าน
สิงหาคม 9th, 2010  Posted at   ไม่มีหมวดหมู่
, ,    |   ไม่ให้ใส่ความเห็น

ประตูในบ้าน หมายถึง ประตูที่อยู่ภายในตัวอาคารบ้านเรือน ทำหน้าที่เป็นตัวกั้นแบ่งพื้นที่และการใช้งานออกจากกันให้เป็นสัดส่วน ดูเผินๆแล้วอาจจะทำหน้าที่เหมือนผนัง แต่การใช้งานของประตูและผนังมีความต่างกันก็ตรงที่เรายังสามารถเดินผ่าน ประตูไปได้เพียงแค่เปิดประตูนั้นออก ประตู จึงเป็นผนังที่เปิดได้นั่นเอง ไม่เหมือนกับการกั้นผนังที่ทำให้เราไม่สามารถเดินผ่านไปได้เลย

โดยปกติแล้วช่องเจาะที่ผนังจะเรียกได้ สองอย่างครับ หนึ่ง ก็คือประตู สอง ก็คือหน้าต่าง ทั้งสองอย่างนี้เหมือนกันตรงที่เป็นช่องเจาะที่ผนังเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่จุดประสงค์ของการใช้งานเป็นหลักครับ หน้าที่โดยตรงของประตูที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ ใช้เพื่อเป็นทางผ่านเข้าออกของห้องหนึ่งกับอีกห้องหนึ่งในบ้าน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นสัดส่วนในการใช้งานดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น และยังช่วยในเรื่องของความปลอดภัยได้ด้วย แต่สำหรับหน้าต่างแล้ว จุดประสงค์หลักจึงไม่ใช่การใช้เป็นทางผ่านเข้าออกของคนหรือใช้ในการแบ่ง พื้นที่ให้เป็นสัดส่วน แต่จะใช้เป็นทางผ่านเข้าออกของอากาศและ/หรือแสงสว่างเสียมากกว่า

ถ้าจะแบ่งประตูให้ออกเป็นหมวดหมู่แล้ว สามารถแบ่งออกได้เป็นสองอย่างตามจุดประสงค์ของการใช้งานและลักษณะวิธีการใช้ งานครับ ประตูที่แบ่งตามจุดประสงค์ของการใช้งาน พอที่จะแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

ประเภท ที่หนึ่ง ประตูโปร่ง

หมายถึง ประตูที่ไม่กั้นแสงสว่างหรืออากาศ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่าง ประตูประเภทนี้มีประโยชน์ในการกั้นพื้นที่เพื่อแบ่งแยกการใช้อย่างเป็นสัด ส่วน แต่แสงสว่างและ/หรืออากาศก็ยังคงสามารถผ่านไปได้ ประตูที่สามารถมองทะลุผ่านไปยังอีกพื้นที่หนึ่งได้ก็เข้าข่ายของประตูโปร่ง เช่นกัน ลักษณะของประตูโปร่งก็คือ ประตูที่กรุกระจกใสเต็มบานเพื่อให้แสงสว่างผ่านเข้าไปได้ ในขณะเดียวกันสายตาก็สามารถมองทะลุเข้าไปได้ หรือประตูที่ตีเป็นไม้ระแนงโดยไม่มีวัสดุปิดทึบ ช่วยให้อากาศไหลผ่านเข้าไปได้ (เพื่อการระบายอากาศ) ไม่ให้เกิดความอับทึบ ประตูแบบโปร่งนี้โดยส่วนใหญ่จะใช้ปิดกั้นระหว่างพื้นที่ที่ยังต้องการความ เชื่อมต่อกันอยู่บ้าง และเป็นพื้นที่ที่ไม่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากนัก เช่น ประตูกั้นระหว่างชานกับห้องนั่งเล่น ซึ่งต้องการเปิดรับแสงธรรมชาติและการมองเห็นทัศนียภาพที่อยู่ภายนอกบ้าง

ประเภทที่สอง ประตูกึ่งทึบกึ่งโปร่ง

ประตูประเภทนี้ใช้สำหรับพื้นที่ที่ต้องการ ให้แสงสว่าง อากาศ หรือสายตาผ่านไปได้บ้าง แต่ก็ไม่ทั้งหมด เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัว ประตูในลักษณะนี้ ได้แก่ ประตูที่กรุกระจกฝ้าเพื่อให้แสงสว่างผ่านไปได้บ้าง แต่ไม่ถึงกับผ่านไปได้ทั้งหมด หรือมองเห็นได้บ้าง แต่ก็ไม่ชัดเจน ประตูที่ทำเป็นบานเกล็ดทั้งบาน (เพื่อการระบายอากาศ) ก็จัดเข้าประเภทนี้ ได้เหมือนกัน เพราะยอมให้อากาศผ่าน แต่ไม่ยอมให้สายตามองผ่าน นอกจากนี้แล้วประตูที่ครึ่งหนึ่งทำเป็นบานทึบ อีกครึ่งหนึ่งทำเป็นบานเกล็ดหรือกระจกใส ยอมให้อากาศ แสง หรือสายตาผ่านได้บ้าง ก็จัดเข้าประเภทนี้เช่นกัน

ประตูแบบนี้จะใช้ปิดกั้นระหว่างพื้นที่ที่ ยังต้ งการความเชื่อมต่อกัน และเป็นพื้นที่ที่ต้องารความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่ง เช่น ประตูกั้นระหว่างห้องครัวกับห้องรับประทานอาหาร ที่ควรจะปิดทึบเพื่อป้องกันกลิ่นและควันออกมาจากครัว แต่ก็ควรจะกรุกระจกใส ในบางส่วน เพื่อให้สามารถมองเห็นคนที่จะยกของออกมาเสิร์ฟ เป็นการป้องกันอันตรายจากการเปิดประตูชนกัน เป็นต้น

ประเภทที่สาม ประตูทึบ

เป็นประตูที่ไม่ยอมให้แสงสว่าง อากาศ และสายตามองผ่านไปได้เลย ประตูแบบนี้เหมาะที่จะทำการปิดกั้นในส่วนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรือต้อง การปิดบังจริงๆ เช่น ประตูห้องน้ำหรือประตูห้องเก็บของ วัสดุที่เป็นส่วนประกอบของบานประตูจะต้องเป็นวัสดุปิดทึบ ไม่ว่าจะเป็นไม้ โลหะ กระจกเงา หรือกระจกทึบแสง ตามแต่จะเลือกใช้

อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ประตูทั้งสามประเภทก็คงจะกำหนดแน่นอนไม่ได้ว่าตรงไหนควรใช้ประตู แบบใด ทั้งนี้เพราะเป็นความต้องการส่วนตัวของเจ้าของบ้านและผู้ออกแบบเองเสีย มากกว่า ว่าพื้นที่ที่จะกั้นแบ่งด้วยประตูนั้นต้องการความเป็นส่วนตัวมากน้อยแค่ไหน หรือจะยอมให้แสงและอากาศผ่านได้มากน้อยเพียงใด ที่กล่าวถึงในข้างต้นนั้นจึงเป็นการยกตัวอย่างมาให้เห็นภาพประกอบความเข้าใจ เท่านั้น

การ แบ่งหมวดหมู่อีกลักษณะหนึ่งคือ การแบ่งประตูออกตามลักษณะวิธีการใช้งาน ซึ่งแบ่งออกได้ดังนี้

1. ประตูบานเปิดเป็นประตูที่ติดตั้งบานพับไว้ในด้านใดด้าน หนึ่งของประตู ใช้งานด้วยการดึงเข้าหรือผลักบานประตูออกไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ประตูชนิดนี้เป็นประตูที่ใช้อยู่ทั่วไปตามบ้านพักอาศัยและสถานที่อื่นๆ ส่วนใหญ่แล้วประตูสำเร็จรูปที่มีขายอยู่ตามร้านขายวัสดุก่อสร้างก็เป็นประตู ชนิดนี้ เพราะเป็นที่นิยมใช้กันทั่วไป ขนาดของประตูมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับประโยชน์ของการใช้สอย แต่ประตูทั่วไปมักมีขนาดสูงประมาณ 2 เมตร กว้างระหว่าง 60 – 120เซนติเมตร (สำหรับประตูบานเดี่ยว) และขนาดกว้าง 1 ? 2 เมตร (สำหรับประตูบานคู่)

ประตูสำเร็จรูปโดยส่วนใหญ่จะมีขนาดมาตรฐานให้เลือก ตามการใช้งาน เช่น 0.70 หรือ 0.80 x 1.80 เมตร และ 0.70 หรือ 0.80 x 2 เมตร เป็นต้น แต่เราก็สามารถจะสั่งทำได้ ถ้าต้องการรูปแบบสลวดลาย หรือขนาดที่แตกต่างกันออกไป

ประตูชนิดนี้มีทั้งที่เป็นตัวบานประตูเดี่ยวและประตูบานคู่ การเปิดปิดใช้งานก็ทำได้ง่ายและสะดวก แต่ต้องมีพื้นที่เพียงพอต่อรัศมีของการเปิดปิดประตูไว้ด้วย ในกรณีที่ต้องการเปิดบาน

ประตู ทิ้งไว้นานๆ ก็ควรจะติดตั้งขอสับช่วยยึดไว้ด้วย เพื่อป้องกันอันตรายจากลมที่พัดให้ประตูปิดเอง ซึ่งทำให้ผู้โชคร้ายที่เดินผ่านประตูในขณะนั้นเกิดอาการบาดเจ็บข ้นได้

2. ประตูบานเลื่อน เป็นประตูที่มีการใช้งานด้วยวิธีการเลื่อนประตูไปมา ที่ไม่ใช่การดึงเข้าหรือผลักออก ซึ่งก็มีทั้งการเลื่อนจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้าย ตามแต่เนื้อที่จะอำนวย ประตูที่เลื่อนขึ้นลงในแนวตั้งก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน ซึ่งโดยมากแล้วจะไม่ใช้เป็นประตูภายในของบ้านพักอาศัย แต่จะใช้เป็นประตูภายนอกของร้านค้า โรงงาน หรือไม่ก็ทำเป็นประตูโรงรถนอกตัวบ้านเสียมากกว่าที่จะนำมาติดตั้งไว้ในบ้าน

เหตุผลหลักของการเลือกใช้ประตูชนิดนี้อยู่ ตรงที่ความต้องการจะประหยัดเนื้อที่ที่เกิดจากระยะรัศมีเปิดปิดของประตู หรือใช้ในกรณีที่มีพื้นที่ไม่เพียงพอต่อการติดตั้งประตูแบบบานเปิดปิดนั่น เอง นอกเหนือจากนี้ก็คงเป็นเหตุผลในเรื่องความชอบหรือความต้องการส่วนตัวของเจ้า ของบ้านว่าชอบหรืออยากได้ประตูแบบไหนมากกว่ากัน แต่ทั้งนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ด้วยนะครับ

3. ประตูบานเฟี้ยม หรือบานพับ มีลักษณะเป็นบานประตูขนาดเล็ก ใส่บานพับต่อกันหลายๆบาน วิธีใช้งานก็คือ การพับปิดทับกันไปมา แล้วไปรวมไว้ทางด้านหนึ่ง (ถ้าเป็นตัวบานเดี่ยว) หรือทั้งสองด้าน (ถ้าเป็นตัวบานคู่) ทำให้กินพื้นที่ในการใช้งานน้อย และถือว่าเป็นประตูที่สามารถเปิดได้กว้างขวางกว่าประตูชนิดอื่นๆ เหมาะกับส่วนที่ต้องการใช้พื้นที่ต่อเนื่องกัน แต่ก็ต้องการความเป็นสัดส่วนในบางโอกาส หรือเป็นห้องขนาดใหญ่ที่ต้องการ บ่งสัดส่วนโดยเฉพาะ แต่ก็สามารถเปิดกว้างให้เป็นห้องเดียวกันได้ เช่น ห้องนอนกับพื้นที่นั่งเล่น หรือห้องอาหารกับห้องรับแขก เป็นต้น

การติดตั้งประตูบานเฟี้ยม ควรติดตั้งรางไว้ทางด้านบน โดยยึดติดกับตัวคานหรือพื้นชั้นบนไว้ให้แน่นหนา แล้วนำตัวบานประตูเฟี้ยมมาแขวนไว้เพื่อความสะดวกในการใช้งาน และยังเป็นการบังคับบานประตูให้อยู่ในแนวที่ต้องการด้วย ในบางแห่งจะติดตั้งรางยึดไว้ทั้งด้านบนและที่พื้นด้านล่างเพื่อความคงทนแข็ง แรง แต่ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกอาจจะเข้าไปสะสมอยู่ที่ตัวรางที่พื้นได้ ซึ่งก็จะทำความสะอาดลำบากขึ้นบ้าง ตัวบานประตูควรมีขนาดที่ไม่ใหญ่นัก หรือมีน้ำหนักมากจนเกินไป วัสดุที่เป็นอุปกรณ์ของตัวรางควรมีคุณภาพดี เพื่อความคงทนในการใช้งาน

4. ประตูบานสะวิง ก็เหมือนกับประตูบานเปิดปิดทั่วๆ ไป แต่ติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่เรียกว่า โช้คอัพหรือบานพับสปริงเข้าไปด้วย เพื่อให้ประตูสามารถปิดได้เองทันทีที่ปล่อยมือจากการดึงหรือผลักบานประตู แตกต่างกับบานประตูธรรมดาตรงที่ประตูบานสะวิงสามารถปิดเองได้ด้วยอุปกรณ์ แต่ประตูบานเปิดธรรมดาก็ปิดเองได้เหมือนกันด้วยอาศัยแรงลม หรือไม่คนก็ต้องปิดเอง

Tag : ตกแต่งภายใน

Please visit แสงไฟห้องใครว่าไม่จำเป็น for more post.

วิธีตกแต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ย
สิงหาคม 9th, 2010  Posted at   ไม่มีหมวดหมู่
, ,    |   ไม่ให้ใส่ความเห็น

บ้าน
1. ไม่ควรมีถนนวิ่งตรงเข้าสู่บ้าน
2. ไม่ควรมีเสาตรงหน้าบ้าน
3. ไม่ควรมีต้นไม้ตรงประตูบ้าน
4. ไม่ควรมีประตูตรงกัน 2 ประตูเป็นทางผีผ่าน
5. ไม่ควรมีประตูหน้าบ้านประจันหน้ากับประตูบ้านอื่น
6. ไม่ควรมีประตูบ้านที่เล็กเกินไป เงินเข้าน้อย
7. ไม่ควรมีประตูบ้านตรงกับรถจอดพอดี เงินรั่วไหล

ห้องนอน
1. ห้องนอนเจ้าบ้านควรมีขนาดใหญ่ อยู่ทิศตะวันออกหรือกลางบ้านดี จะทำให้ความอบอุ่นมากขึ้น
2. ห้องนอนไม่ควรมีประตูตรงกัน
3. ห้องนอนไม่ควรอยู่ติดกับห้องครัว จะร้อนและสุขภาพไม่ดี
4. ประตูห้องห้องนอนไม่ควรตรงกับบันได ผีผ่าน
5. ประตูห้องนอนไม่ควรตรงกับประตูห้องส้วม จะทำให้ทุกข์ใจและสุขภาพเสีย
6. ห้องนอนหรือหัวนอนไม่ควรตรงกับ ห้องน้ำ จะมีปากเสียงและสุขภาพไม่ดี
7. ห้องนอนของคู่ชีวิตควรอยู่ทางทิศตะวันตกของบ้าน หันหัวทางทิศตะวันออก ส่งผลให้ร่มเย็นเป็นสุข

ห้องครัว
1. ห้องครัวควรอยู่หลังบ้าน จะส่งผลดีต่อครอบครัว
2. ห้องครัวไม่ควรมองเห็นชัดเจน ส่งผลให้ไม่มีสุข และเป็นโรคอ้วนได้
3. เตาไฟ ไม่ควรวางติดกับหน้าต่าง จะทำให้เกิดอุบัติภัยได้ และเป็นโรคได้
4. ไม่ควรนำเตาไฟติดกับอ่างน้ำ จะทำให้วุ่นวาย
5. เตาไฟควรวางทะแยงประตูเข้า จะทำให้เงินมากขึ้น
6. เตาไฟควรจัดให้เป็นเลขคี่ จะเป็นสิริมงคล ร่ำรวย
7. ห้องครัวควรมีช่องระบายอากาศให้สมดุล ธาตุลมจะทำให้ครอบครัวไม่วุ่นวาย

ห้องส้วม (ถูกฮวงจุ้ย) นำโชคดีมาให้
1. ห้องส้วมควรสะอาด จะส่งผลให้ครอบครัวมีสุข
2. ห้องส้วมไม่ควรตรงกับประตูห้องนอน ส่งผลร้ายต่อบ้าน
3. ห้องส้วมไม่ควรใหญ่เกินห้องกับข้าวจะทำให้ลูกหลานขี้เกียจ
4. โถส้วม ควรใช้สีถูกโฉลกกับเจ้าของบ้าน จะทำให้ร่ำรวย
5. ประตูห้องส้วม ควรมีฉากกั้นรูปวิว จะทำให้บ้านอยู่เย็นเป็นสุข
6. โถส้วม ควรเล็กกว่าที่อาบน้ำ
7. ห้องส้วมควรมีแสงสว่าง 2 ดวง ส่งผลให้ครอบครัวเจริญ

บันได
1. บันไดบ้านควรมีแสงสว่างเพียงพอ ใช้แสงสีขาว หรือสีเหลือง 1 ดวง จะส่งผลให้บ้านนั้น พ้นเรื่องอุบัติเหตุ
2. บันไดบ้านควรเป็นเลขคี่ จะส่งให้ร่ำรวย
3. บันไดให้ใช้สีสว่าง ส่งผลให้ธาตุน้ำดี บ้านร่มเย็นเป็นสุข

ห้องรับแขก (บ้านแสนสุข)
1. ห้องรับแขกอเนกประสงค์ ควรมีอ่างบัว หรืออ่างปลาสวยทางมุมสุดของห้องรับแขก และติดวอลเปเปอร์ ภูเขา เมฆ สีฟ้าอ่อน (สว่าง) จะทำให้ห้องร่มรื่นถูกฮวงจุ้ย
2. ห้องรับแขกควรอยู่ตรงกับประตูใหญ่พอดี ใช้โซฟาสีฟ้าหรือสีชมพูอ่อนส่งเสริมให้อบอุ่น

Tag : ตกแต่งบ้าน

Please visit ความรู้เรื่องสีในการตกแต่งบ้าน for more content.